Nuttakan's profile-:- JuNe -:-PhotosBlogListsMore Tools Help

Nuttakan JuNeneY

Occupation
Location
Interests
http://diarycs.multiply.com

Windows Media Player

-:- JuNe -:-

-~-หัวใจของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย แต่อยู่ที่สองข้างทางมากกว่า-~-
April 18

Songkran @ Koh Samed

สงกรานต์ปีนี้ไปเกาะเสม็ด กะเหล่าเทพ 12 ชีวิต สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆ กินอิ่ม นอนหลับ ฮาตลอดทริป ไปพักที่ Silver Sand Report ที่อ่าวไผ่ ที่นี่มี Pub ด้วย โหะๆๆๆ เล่นสงกรานต์กันตอนกลางคืน

สนุกดี เล่น Banana Boat แล้วก็ไป snokeling ที่เกาะทะลุ ไปกระโดด กันที่เกาะกุฏี เกาะขาม กลับมาตัวดำเป็นถ่านเลย

เดี๋ยวจะมาเล่าต่อจ้า
 



































































January 05

กาญจนบุรี : ทริปแรกแห่งปี

กาญจนบุรี : ทริปแรกแห่งปี
ต้อนรับปีใหม่ ปีฉลูกับวันหยุดยาวๆ 5 วันเต็มๆๆ แต่ 2 วันแรก countdown อยู่ กทม. คิดว่าปีนี้ จะได้อยู่ กทม. 5 วันซะแล้ว แต่.... ก็ได้เที่ยว ประเดิมทริปแรกแห่งปี ที่ดินแดนตะวันตกของไทย "กาญจนบุรี" กับช่วงเวลา 2 คืน 3 วัน กับสมาชิกในทริปสุดฮา(ฮามากกกกกกกกกกกก) วันแรก 8 คน และตามมาวันที่ 2 อีก 2 คน

เช้าวันแรก วันที่ 2 มกรา ออกเดินทางจาก กทม. 8.30 น. แวะทานข้าวขาหมูบางหว้า อร่อยยยยยยย คนเยอะมากกก เจอ ดารา sexy นาตาลี เดวิส มาทานร้านนี้กะครอบครัวเค้าด้วย เมื่ออิ่ม พวกเราก็ออกเดินทางมุ่งนี้ไปยังองค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งเป็นที่นัดหมายสมาชิกในทริปก่อนจะออกเดินทางมุ่งหน้าไป เมืองกาญจน์

ถึงเมืองกาญจน์เที่ยงกว่าๆๆๆ ก็ต้องกิน กิน กิน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง มื้อกลางวันได้มาทานร้านอาหารดัง ของพี่ๆ ขาฮา (พี่ลิง เสนาลิง ฟันธง) เมนูเด็ดของร้านคือ ไก่ต้มน้ำปลา (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา) มาปุ๊บ กินๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วพวกเราก็ออกเดินทาง ระหว่างทางก็แวะทานกาแฟ ที่ร้านออฟโรด



บรรยากาศภายในร้าน ตกแต่งน่ารักดี







มุมหน้าร้าน



พร้อมแล้วก็ออกเดินทาง ไปสถานที่แรก ช่องเขาขาด อยู่ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติไทรโยคประมาณ 20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 ทางด้านซ้ายมือ หรือประมาณหลักกม.ที่ 65

ช่องเขาขาดเป็นเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า ที่ญี่ปุ่นต้องการสร้างผ่าน และดำเนินการสร้างโดยเชลยศึกชาวออสเตรเลีย และเชลยศึกฝ่ายพันธมิตร เล่ากันว่าช่องทางที่เรียกว่าช่องเขาขาดนี้ ทหารญี่ปุ่นใช้ทหารเชลยเป็นทาสในการก่อสร้างทาง ชีวิตทหารเหล่านั้นล้มตายกันเป็นเบือ เพราะทำงานหนักและโรคภัยไข้เจ็บที่ชุกชุม โดยเฉพาะไข้ป่า





ภายในพิพิธภัณฑ์ จะมีเป็นแบบจำลองของการก่อสร้าง เส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า และเรื่องราวถ่ายทอดเป็นหนังสั้นๆๆ ออกมาให้ชม



หลังจากออกจากอาคารพิพิธภัณฑ์ จะมีทางซีเมนต์อย่างดีทำเป็นขั้นบันไดเดินลงไปสู่ช่องเขาขาด



จะเป็นเส้นทางของเชลยศึกในอดีตใช้เป็นทางเดินบรรยากาศที่เงียบสงบ ภาพสงคราที่ยังอยู่ในความทรงจำจากชมภาพยนตร์ ช่องเขาขาดจะมีกำแพงหินสูงประมาณ 17 เมตรปรากฏอยู่ด้านหน้า รางรถไฟไม้หมอน เพียงไม่กี่ท่อนชวนให้นึกถึงภาพในอดีต






แผ่นจารึก ไม้กางเขน หมีโคล่าตัวเล็กๆที่บรรดาญาติ และเพื่อนร่วมชาติของเชลยศึกมาวางไว้เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึง





ทางขึ้นไปยังอาคารพิพิธภัณฑ์



ออกจากช่องเขาขาด เราก็ไปยังที่พัก นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรโยค คืนแรกพวกเรานอนในแพ เนื่องจากที่พักที่อื่นเต็มหมด














บรรยากาศยามเช้า ปางอุ๋งเมื่อกาญจน์ ฮี่ๆๆๆ ไม่ต้องไปถึงแม่ฮ่องสอน



เช้านี้ ไม่มีใครอาบน้ำกันเลย ก่อนนอนก็ไม่มีใครอาบ เหอะๆๆๆๆ หอมฉุย เมื่อออกจากแพ จ่ายค่าแพ และค่าอาหารมื้อค่ำ ทั้งหมดประมาณ 3300 ค่าแพ 2000 ค่าอาหาร ประมาณ 1300

เมื่อกลิ่นตัวเหม็นกันได้ที่ พวกเราก็เก็บสัมภาระ แวะทานข้าวมันไก่ ที่ ทองผาภูมิ อิ่มแล้วก็ ออกเดินทางต่อไปยังอำเภอ สังขละบุรี ระหว่างทางก็แวะร้านกาแฟ คราวนี้เป็นร้านชื่อ มุมคนเมือง ร้านตกแต่งได้น่ารักดี





บริเวณภายในร้าน







เมื่ออิ่มแล้วก็มุ่งหน้าสู่อำเภอสังขละบุรี ปลายทางแรกคือ วัดวังวิเวการาม ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาเยือน ครั้งแรกที่มา ท่านหลวงพ่ออุตตะมะยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นที่เคารพและเป็นศูนย์รวมแรงใจของชาวไทยและชาวมอญ











เสี่ยงโชคกันซะหน่อย ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เราจะรวยยยยยยยยยยยยยยย



ที่พลาดไม่ได้ที่จะต้อง เมื่อมาเยือนสังขละบุรี นั่นคือ สะพานมอญ





หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับที่พัก ที่พักสำหรับคืนที่สอง ของเหล่าขาฮาทั้งหลายก็คือ บ้านห้วยอู่ล่อง เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้อาบน้ำกันแล้ววววววว

ที่นี่ คิดค่าบริการเป็นรายหัว ก็จะมีอาหารเย็น และ อาหารเช้าให้



บ้านพัก






จะมีลำธารผ่าน ด้านหลังตรงระเบียงห้อง



สะพานมิตรภาพ บริเวณลำธาร ด้านหลังห้อง





บริเวณรีสอร์ท



อาหารก็จะเป็นโต๊ะๆๆๆ ตามกลุ่มที่มา จะเป็นอาหารเซ็ท









มื้อเช้า ก่อนออกเดินทาง เป็นก๊วยจั๊บญวน กับไข่กระทะ อิ่มมมมมมมมมมมมมม



เดี๋ยวมาอัพเดต กองถ่ายพระนเรศวรต่อนะจ้า

December 09

หนาวนี้ที่ อ.สวนผึ้ง

หนาวนี้ที่ อ.สวนผึ้ง

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา สรุปแล้วก็หาที่เที่ยวได้ ซึ่งเป็นช่วงหยุดยาว สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ เต็ม เต็ม เต็ม หลังจากที่พยายามโทรไปหลายๆๆ ที่ ในสวนผึ้ง สรุปแล้วเราก็ได้พักที่นี่ ยาดารีสอร์ท ถูกมากๆๆๆๆๆๆ 3000 บาท ได้บ้านทั้งหลัง บ้านที่เราพักชื่อว่า บ้านกระเหรี่ยง มีห้องนอน 4 ห้องนอน ทุกห้องมีห้องน้ำ เึครื่องทำน้ำอุ่น แอร์ ทีวี ตู้เย็น ในบ้านยังมีโต๊ะสนุ๊ก ทริปนี้มีสมาชิกทั้งหมด 9 ชีวิตด้วยกัน แล้วมื้อเย็น กับมื้อเช้าควบกลางวัน พวกเรายังทำอาหารกินกันเองด้วย เหอะๆๆๆๆ ของกินเยอะมากกกกกกกก ยังกะซื้อไปเลี้ยงคนทั้งกองทัพ

ออกเดินทางจาก กทม. ประมาณ 8.30 น. ก็ไปแวะเจอพี่ตั้ว กล้วย พี่เก่งที่ องค์พระปฐมเจดีย์ก่อน แล้วไม่พลาดที่ไหว้พระร่วงและกินข้าวหมูแดง หน้าองค์พระ กินเสร็จ ก็ออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ อ. สวนผึ้ง จ. ราชบุรี

ทริปนี้ไปทำบุญที่วัดรางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรีด้วย คือ concept ของเรามีว่าผ่านวัดไหนที่ดูแล้วน่าจะยังไม่เจริญมาก เราจะแวะเข้าไป สรุปแล้วก้ได้วัดนี้ พวกเรานำพัดลม ไปถวาย (ฮ่าๆๆๆๆ ถวายพัดลมหน้าหนาว เอาให้หนาวสะท้อนกันทั้งวัดเลย) ทำบุญแล้วจิตใจปลอดโปร่ง เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไปเที่ยวต่อได้

ก่อนที่เราจะไปเที่ยวในสวนผึ้งกัน เราก็แวะไปที่พักของเรา ยาดารีสอร์ท แวะไปดูบ้านพัก หลังจากนั้นเราก็ไปธารน้ำร้อนบ่อคลึง กัน น้ำร้อนดี เดินขึ้นไปด้านบน แต่ไม่ถึงตาน้ำ เอาขาแช่ๆๆๆๆๆ น้ำ อุ่นดี



หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่น้ำตกเก้าชั้น แต่รู้สึกว่าพวกเราจะขึ้นไปได้แค่ชั้นเดียว เอิ๊กๆๆๆ ตามสภาพร่ายกายที่รับได้ คนค่อนข้างเยอะพอสมควร พวกเราก็ถ่ายรุปกันกระจายเช่นเคย







กลับจากน้ำตกเราก็กลับที่พักกัน ลงมือทำอาหารเย็น ทำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผัดๆๆๆๆๆๆ ย่างๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปิ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เสร็จแล้วถึงเวลาก็กินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดื่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หัวเราะๆๆๆ ฮา ตลอดคืน หัวเราะจนท้องแข็ง สนุกดี พอตกดึกอาหารก็เริ่มหนาวขึ้น หนาวๆๆๆๆ ง่วงๆๆๆๆๆ ไปนอนประมาณตี 2 ตื่นเข้ามาก็ทำกลับข้าว กินๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ออกจากที่พัก ไปเที่ยว ซินเนอรี่รีสอร์ท กันต่อ จะไปดูเค้าปล่อยแกะ แต่ไปไม่ทัน แหะๆๆ เลยเห็นแค่แกะแม่ลูกสองตัว ที่เพิ่งคลอด







ตอนแรกที่ไป ซินเนอรี่ เพราะจะแวะไปหากาแฟกินกัน สรุปแล้วไม่ได้กินที่นี่ ก็เลยย้ายไปกินที่พนาลี รีสอร์ท ที่นี่หรูดี เงียบๆๆๆๆ สวยด้วย





















ทริปที่สนุกมาก เหนื่อยด้วย กว่าจะถึง กทม. รถติดมากกกกกกกกกกก กลับถึงบ้านหมดแรง นอนกระจาย แต่เป็นทริปที่สนุก ฮากระจาย มีความสุขที่สุดเลย ขอบคุณนะคะ

September 27

กาลครั้งหนึ่ง ณ อัมพวา


และแล้วก็ได้ไปเยือนที่นี่ หลังจากที่ได้ยินชื่อมานาน บวกกับนั่งดูรูปที่ชาวบ้านเค้าถ่ายมา แหะๆๆ โชคดีที่ฝนไม่ตก ทริปนี้ไปกัน 9 คน บอกได้คำเดียวว่าสนุก ประทับใจ อิ่ม อร่อย

ขอบคุณสมาชิกร่วมทริปทุกคนนะคะ อิอิ.. น่ารักที่สุดเลย



รูปแรก เลยก่อนออกเดินทางจาก กทม. แวะไปเตร็ดเตร่แถวสะพานพุทธ แฮ่ๆๆๆ นานๆๆ จะได้มาเหยียบบนฝั่ง หลังจากที่เมื่อก่อนแค่นั่งเรือผ่าน



มาถึงแล้วววววววววว ตลาดน้ำอัมพวา



เจ้าเรือน้อยๆๆ กำลังแล่นไปในแม่น้ำ ให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ชมบรรยากาศของสองฝั่งคลอง



เรือพ่อค้าแม่ค้าหลายๆๆ ลำที่จอดเลียบฝั่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อหารับประทานกัน



อิอิ.. มีเสื้อยืดมายืนยันว่าที่นี่ อ.อัมพวา จริงๆน๊า ไม่ได้มั่ว




บรรยากาศภายในร้ายมีเสื้อ โปสการ์ด ของที่ระลึก น่ารักๆๆ



วัด(จำชื่อไม่ได้แล้วอ่ะ เหอะๆๆๆ เดี๋ยวไปแก้ตัวอีกรอบ จะมาบอก)



มองไปอีกฝั่ง คือ ฐาณิชาฌ์ รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทแนวบูติกๆๆ




บรรยากาศด้านหน้า ที่นี่จะอยู่ใกล้ตลาดมาก นับว่าสะดวกมากๆๆ ราคาก็ถือว่าโอเค แต่ต้องจองก่อนล่วงหน้า เพราะส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเต็ม



อีกมุมนึงของ ฐาณิชาฌ์



เรื่อนไม้สีชมพูหลังนี้ ชื่อว่า เรือนสบาย ก็มีห้องพักเหมือนกัน ที่นี่อยู่ใกล้ตลาด



บรรยากาศยามเย็นกับวิถีชาวบ้านของชาวอัมพวา




อิอิ... ปลาทูแม่กลอง ปากงอ หน้าเบี้ยว




วันนีผู้คนค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นวันอาทิตย์ และมีงานกาลครั้งหนึ่งที่อัมพวา พอดี



มองจากด้านล่างขึ้นไปจะเห็นว่าคนติดบนสะพานเลียบนที

one day trip ที่แสนจะประทับใจ ทั้งสนุก ได้ทำบุญ อิ่ม อร่อย ขอบคุณนะคะพี่ๆ ทริปนี้จะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่จะเก็บไว้ในใจตลอดไป

เจอกันใหม่ที่อัมพวา

 

 

August 28

มิตรภาพดีๆ

มิตรภาพดีๆ





มิตรภาพดีๆ

วันจันทร์ใกล้จะเลิกงานแล้วววววววววว วันนี้ที่ออฟฟิตร้อนมากๆๆๆๆ หม้อแปลงที่บริษัทเสียไปตัวนึง เค้าเลยต้องลดจำนวนแอร์ลง อากาศร้อนมากมาย ทุกคนรอกลับบ้านกันเป็นแถว เราก็เช่นกัน แต่ก็ทำงานไปด้วย คุยเอ็มด้วย อิอิ.. วันนี้จุงมาคุยด้วยช่วงบ่าย
แ้ล้วน้องก็มาขอบคุณบอกว่า วันนี้รู้จักกะพี่จูนครบ 1 ปี กรี๊ดดดดดดดดดดดด เขิน จะร้องไห้

วันนี้จุงขึ้นหัว Msn ว่า "ขอบคุณพี่จูนที่ดูแลนู๋ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา นู๋ไม่สัญญาว่าจะเลิกร้องไห้ได้ในวันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่นู๋จะพยายามต่อไป รักพี่สาวมากๆ"

อิอิ.. ไวมากๆๆ 1ปีแล้วที่รู้จักน้องคนนี้ "จำวันแรกที่เรารู้จักกันได้หรือเปล่า" ตอนรู้จักจุงใกล้จะจบ ป.โท โหะๆๆ ก็เลยคอยให้กำลังใจ ค่อยแนะนำเรื่องสอบ Thesis เวลาน้องจิตตก (กร๊ากกกกกกกก ในฐานะพี่แก่ๆ ที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว) จนพาไปหมู่เกาะสุรินทร์ (ที่จ. พังงา) สองคน สนุกมากมาย นั่งรถทัวร์ไปจากสายใต้ใหม่ จำได้เลย ไปทะเลาะกันที่เกาะ แต่เราก็เครียล์กันตรงนั้น ทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ทั้งความรู้สึกดีๆ ประสบการณ์ดีๆ

จนตอนนี้จุงจบ ป.โท ไปแล้วววววววววววว เ้มื่อมิถุนา ที่ผ่านมา แต่ไม่ทันรับปริญญาปีนี้ พี่อยากบอกว่าพี่ดีใจกะจุงนะ ที่ผ่านมันไปได้ เก่งจริงๆ เลย ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป หลังจากนี้อีกเยอะ หนูเพิ่งเริ่มที่จะก้าวเข้ามาในอีก 1 บทบาท บทบาทในการทำงาน มันต่างกันบทบาทของนักศึกษา แต่พี่ว่าหนูต้องผ่านมันไปได้ ขอเพียงสู้ๆ และไม่ท้อต่ออุปสรรคก็พอ พี่สาวคนนี้จะคอยเป็นกำลังใจให้หนูเสมอนะ

ซึ้งม่ะ อิอิ.. แต่พี่ก็เขียนมันออกมาจากใจจริงนะ

ขอบคุณมิตรภาพ และความรู้สึกดีๆ และหลายๆ อย่างที่ทำให้เรามาพบกัน




อิอิ.. เอารูปคู่จูนกะจุงมาฝาก เยอะมากกกกกกกกกกก







































 
Photo 1 of 16
More albums (31)